เรากำลังทำชีวิตให้เรียบง่าย พึ่งพาตนเองได้ ใช้และสร้างทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวให้พอดีกับตัวเอง เราขอเชิญคุณมาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนกัน

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แต่งสวยด้วยดอกอัญชัน

แต่งสวยด้วยดอกอัญชัน




จะทำขนมวุ้นให้อร่อยถูกใจและให้มีสีสันชวนตื่นตาตื่นใจลูกชาย จะใช้สีอะไรดีนะ...คุณแม่ที่รักธรรมชาติแบบดิฉัน ต้องไม่เลือกใช้สีผสมอาหารแน่ เพราะมันธรรมดาเกินไป ต้องเป็นสีธรรมชาติ จะได้ปลอดภัยและประหยัดอีกด้วย

...ในสวนสมุนไพรพื้นบ้านตำบลท่ามะไฟหวานของเรามีต้นอัญชันอยู่ต้นหนึ่ง ออกดอกสวยงามเยอะแยะมากมายขนาดดินที่สวนเป็นดินถมใหม่ไม่ค่อยมีแร่ธาตุอาหารอะไรเลยนะเนี่ย...

...เด็ดมาสักประมาณ ๑๕ ดอก เด็ดเผื่อลูกสาวอายุ ๑ ขวบด้วย คนโบราณบอกว่าดอกอัญชันสีม่วงนี้พรมน้ำเล็กน้อยนำไปขยี้ให้มีน้ำสีม่วงๆ ออกมา แล้วชะโลมที่ผมของลูก จะทำให้เด็กมีผมสีดำเป็นธรรมชาติ และดกหนาขึ้น
ดอกอัญชันเวลาเอามาทำสีขนม ใช้การขยี้ในน้ำธรรมดา กรองแล้วนำน้ำสีมาทำขนม หรือบางคนใช้การต้มในน้ำเดือดสัก ๒ นาที แล้วกรอง

ในตำราการแพทย์แผนไทย กองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่ารากของต้นอัญชันบ้านมีรสจืด สรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ปวดฟัน โคนฟันอักเสบ แก้ตาฝ้าฟาง
สุดท้ายต้องขอขอบคุณข้อมูลจากชมรมสมุนไพรพื้นบ้านตำบลท่ามะไฟหวานนะคะ

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความเคลื่อนไหวของชมรมสมุนไพรพื้นบ้านตำบลท่ามะไฟหวาน

เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๕๓ ที่ผ่านมา ชมรมสมุนไพรพื้นบ้านของตำบลท่ามะไฟหวาน ได้ร่วมพัฒนาแปลงสมุนไพร และวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พวกเราร่วมกันทำแชมพูบอระเพ็ดแบบไม่มีฟอง และครีมนวดบอระเพ็ดไปใช้กัน ได้คนละนิดคนละหน่อย สนุกดีค่ะ




วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปุ่ยชีวภาพท่ามะไฟหวาน

มาทำปุ๋ยใช้เองกันเถอะ


มาทำปุ๋ยกันเถอะ... ก็มันจะไปยากอะไร ดูกลุ่มเกษตรกรที่บ้านท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ สิ เขาได้รวมกลุ่มกันทำปุ๋ยชีวภาพทำเองใช้เองอีกเช่นเคย ก็เพราะปัญหาสภาวะเศรษฐกิจข้าวของแพง ปุ๋ยเคมีก็แพง แถมยังสร้างปัญหาให้กับดินกับน้ำอีก (ธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาวเขาบอกมาตั้งนานแล้ว ก็เห็นจะจริง ดินเสื่อมลง หญ้าโตเร็วกว่ามันสำปะหลัง เลยต้องเพิ่มการซื้อยาฆ่าหญ้าเข้าไปนั่น ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยใช้เลยจ๊า)
....เมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ กลุ่มฟื้นฟูภูมิปัญญาเพื่อพัฒนา๋ชุมชนของตำบลท่ามะไฟหวาน ได้ลงขัน หรือ รวมเงินกัน แล้วก็รวมแฮงกัน ครั้งนี้เห็นว่าเป็นครั้งที่ ๖ นะจ๊ะ มีชาวบ้านมาช่วยกันทำประมาณ ๒๐ คนและแบ่งปันกันไป ได้คนละ ๓๐ กระสอบปุ๋ย ซึ่งถ้าซื้อก็จะเป็นเงินหลาย ๆ พันบาทเลยทีเดียว แต่เกษตรกรที่นี่เขาใช้วิธีซื้อปุ๋ยของตัวเองในราคากระสอบละ ๒๕ บาท เพื่อนำเงินหมุนเวียนกลับไปซื้อวัตถุดิบในการทำปุ๋ยครั้งต่อไป ไอเดียกระฉูดเลยเนอะ




สูตรนี้เลยนะ...เป็นสูตรมาตรฐานของกลุ่ม แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามวัตถุดิบที่มี... เอามาแบ่งปันกัน เขาว่าให้ผลผลิตค่อนข้างน่าพอใจ แล้ววันหลังจะเอารูปถ่ายมาให้ดู วันนี้ให้ดูรูปการผลิตไปก่อนนะคะ
๑. ใบไม้สด ๔ ถุงปุ๋ย
๒. ใบไม้แห้ง ๔ ถุงปุ๋ย
๓. มูลสัตว์ ๔ ถุงปุ๋ย
๔. แกลบดิบ ๒ ถุงปุ๋ย
๕. แกลบดำ ๒ ถุงปุ๋ย (เอาแกลบดิบมาเผาเป็นแกลบดำ)
๖. ดินดี ๒ ถุงปุ๋ย
๗. รำ ๒๐ กิโลกรัม



วิธีทำไม่ย๊ากไม่ยาก (ขอบอก) ใส่วัคถุดิบเรียงตามลำดับที่ำได้กล่าวข้างต้น เป็นชั้น ๆ รดน้ำด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพ ๒ ชต. กากน้ำตาลหรือโมลาส ๒ ชต. ใส่ในน้ำ ๑ บัว รดลงไปในกองปุ๋ย (จะรดน้ำกี่บัวรดน้ำ ขึ้นอยู่กับจำนวนมากน้อยของวัตถุดิบ ) เคล้าส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ให้กองปุ๋ยมีลักษณะหมาด ๆ คือไม่แฉะเกินไปและไม่แห้งเกินไป จากนั้นนำใส่ถุื้ง แล้วมัดด้วยปากถุงด้วยเชือก ทิ้งไว้ในร่มประมาณ ๑๕ วัน ก็สามารถนำมาใส่พืชได้เลย

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดยบ้านวิถีไทและศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดชัยภูมิ ค้า! ขอบใจหลาย ๆ เด้อ
สามารถดูภาพเคลื่อนไหวสวย ๆ ได้ที่ www.lampatao.fws.cc

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วิถีไท บ้านแห่งความพอเพียง


สวัสดีค่ะ บ้านวิถีไทยินดีต้อนรับ

เราเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ในจังหวัดชัยภูมิ อยู่ท่ามกลางหุบเขาภูแลนคาและสายน้ำลำปะทาว เรากำลังเรียนรู้การใช้ชีวิตพอเพียงตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ